ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - CISION PR Newswire
![]() |
เครื่องวิเคราะห์ iSED® ของ ALCOR Scientific พลิกโฉมการจัดการตัวอย่างในห้องปฏิบัติการและยกระดับการดูแลผู้ป่วยสำหรับหนึ่งในการตรวจที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายที่สุดในวงการแพทย์

Diagnostics study
สมิธฟิลด์, รัฐโรดไอแลนด์, 17 กันยายน 2569 /PRNewswire/ – เป็นเวลากว่าหนึ่งร้อยปีที่ตัวเลขหนึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดกรอบการตรวจอัตราการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง (ESR) ซึ่งแพทย์ใช้ในการวินิจฉัยและติดตามการติดเชื้อ โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง และโรคอื่น ๆ ตัวเลขนั้นคือ 4 หรือ 4 ชั่วโมง ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ตัวอย่าง ESR ที่ตรวจด้วยวิธีแบบดั้งเดิมจะต้องได้รับการตรวจ หรือไม่ก็ต้องนำไปแช่เย็น มิฉะนั้นผลตรวจอาจไม่สามารถเชื่อถือได้อีกต่อไป งานศึกษาฉบับใหม่ที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิและตีพิมพ์ในวารสาร Diagnostics ระบุว่า ข้อจำกัดดังกล่าวอาจกลายเป็นเรื่องในอดีต
งานศึกษาพบว่า ตัวอย่าง ESR ที่วัดด้วยเทคโนโลยีรีโอโลยีเชิงแสง (photometric rheology) บนเครื่องวิเคราะห์ iSED® ของ ALCOR Scientific ยังคงให้ผลที่แม่นยำได้นานถึง 28 ชั่วโมงที่อุณหภูมิห้อง และ 48 ชั่วโมงเมื่อแช่เย็น ซึ่งนานกว่าวิธี Westergren แบบดั้งเดิมที่กำหนดให้ตัวอย่างมีระยะเวลาใช้งานได้เพียง 4 ชั่วโมงที่อุณหภูมิห้องถึง 7 เท่า
ผลที่เกิดขึ้นถือว่ามีนัยสำคัญ เพราะหนึ่งในการตรวจที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในวงการแพทย์ไม่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลาเพียง 4 ชั่วโมงอีกต่อไป ขณะที่ห้องปฏิบัติการทางคลินิกต้องรับมือกับจุดเก็บตัวอย่างเลือดที่กระจายอยู่หลายแห่ง เส้นทางขนส่งตัวอย่างที่ใช้เวลานานขึ้น และปัญหาขาดแคลนบุคลากร การที่ตัวอย่างสามารถคงความแม่นยำได้นานขึ้นจึงช่วยให้ห้องปฏิบัติการและผู้ป่วยได้รับประโยชน์ทันที
งานศึกษาฉบับเต็มเรื่อง "Measuring Erythrocyte Sedimentation Rate Using Photometric Rheology Technology Demonstrates Superior Sample Stability as Compared to the Westergren Method" สามารถดูได้ที่ https://www.mdpi.com/2075-4418/16/16/2648
ปัญหาที่ซ่อนอยู่ท้ายรถขนส่งตัวอย่าง
ESR เป็นหนึ่งในการตรวจที่เก่าแก่ที่สุดในวงการแพทย์ และเป็นหนึ่งในการตรวจที่มีการสั่งตรวจมากที่สุด โดยมีการตรวจหลายล้านครั้งในแต่ละปี เป็นตัวบ่งชี้การอักเสบที่รวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายไม่สูง ซึ่งช่วยตรวจหาและติดตามภาวะต่าง ๆ ตั้งแต่การติดเชื้อและโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ไปจนถึงโรคอักเสบ เช่น โรคหลอดเลือดแดงขมับอักเสบชนิด giant cell arteritis รวมถึงมะเร็งบางชนิด ต่างจากการตรวจที่วัดโมเลกุลเฉพาะ ESR วัดพฤติกรรม กล่าวคือ ความเร็วที่เม็ดเลือดแดงเกาะกลุ่มและตกตะกอนในหลอด จึงไวต่อปัจจัยด้านเวลาและอุณหภูมิเป็นอย่างมาก
จุดอ่อนดังกล่าวสวนทางอย่างชัดเจนกับรูปแบบการทำงานของห้องปฏิบัติการสมัยใหม่ ขณะที่ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ กำลังรวมการให้บริการเข้าสู่ศูนย์ตรวจวิเคราะห์แบบรวมศูนย์ที่รองรับตัวอย่างในปริมาณมาก พวกเขาต้องรับมือกับจุดเก็บตัวอย่างเลือดที่เพิ่มขึ้นและปัญหาขาดแคลนบุคลากรไปพร้อมกัน ระหว่างจุดเจาะเลือดกับเครื่องวิเคราะห์ยังมีเครือข่ายขนส่งตัวอย่างที่รวบรวมตัวอย่างจากหลายแห่งและจัดส่งไปตามเส้นทางที่มีจุดแวะหลายจุด โดยบ่อยครั้งตัวอย่างต้องอยู่ในยานพาหนะเป็นเวลาหลายชั่วโมงโดยไม่มีการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม การควบคุมเวลาให้เป็นไปตามกรอบ 4 ชั่วโมงอย่างเคร่งครัดตลอดกระบวนการดังกล่าวจึงมักเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก และที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นไม่สามารถมองเห็นได้จากตัวอย่าง เพราะตัวอย่างที่เสื่อมสภาพไม่ได้มีสัญญาณแจ้งเตือนใด ๆ เมื่อมาถึงห้องปฏิบัติการ ตัวอย่างยังคงดูเป็นปกติ และผลตรวจจึงถูกรายงานและนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเช่นเดียวกับตัวอย่างทั่วไป
เหนือกว่าแรงโน้มถ่วง: แนวทางใหม่ในการวัดอาการอักเสบ
เครื่องวิเคราะห์ iSED ใช้แนวทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงในการตรวจ ESR ด้วยเทคโนโลยีรีโอโลยีเชิงแสง เครื่องจะตรวจจับการเกาะกลุ่มของเม็ดเลือดแดงด้วยระบบออปติคัล ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดของกระบวนการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง ภายในเซลล์การไหลที่ควบคุมอุณหภูมิ และสร้างผลตรวจได้ภายในเวลาไม่ถึง 20 วินาที เนื่องจากเครื่องอ่านกระบวนการเริ่มต้นของการเกาะกลุ่มภายใต้สภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้ เครื่องวิเคราะห์ iSED จึงได้รับผลกระทบน้อยลงจากการเปลี่ยนแปลงตามเวลาซึ่งทำให้ผลการตรวจแบบดั้งเดิมคลาดเคลื่อน ส่งผลให้ความคงตัวของตัวอย่างยาวนานกว่าการตรวจแบบดั้งเดิมถึง 7 เท่า
จาก 4 ชั่วโมงสู่ 28 ชั่วโมง: ความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับห้องปฏิบัติการ
การขยายความคงตัวของตัวอย่าง ESR จาก 4 ชั่วโมงเป็น 28 ชั่วโมงถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญสำหรับการจัดการตัวอย่างในห้องปฏิบัติการ โดยมอบประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ห้องปฏิบัติการและผู้ป่วยที่เข้ารับบริการ ได้แก่:
"เป็นเวลาหลายทศวรรษที่ห้องปฏิบัติการต้องออกแบบกระบวนการตรวจ ESR ทั้งหมดโดยยึดตามความคงตัวของตัวอย่างที่มีอยู่อย่างจำกัด การเพิ่มระยะเวลาความคงตัวที่อุณหภูมิห้องอีก 24 ชั่วโมงถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ไม่เพียงช่วยปรับปรุงการจัดการตัวอย่าง แต่ยังช่วยยกระดับการดูแลผู้ป่วยอย่างแท้จริงด้วยการทำให้มั่นใจได้ถึงผลตรวจที่เชื่อถือได้ การมอบความคงตัวที่เชื่อถือได้ตลอดทั้งวันแก่ห้องปฏิบัติการไม่ใช่เพียงความสะดวก แต่คือการแพทย์ที่ดียิ่งขึ้น" Jim Post ซีอีโอของ Alcor Scientific กล่าว
เกี่ยวกับการศึกษา
งานศึกษาเรื่อง "Measuring Erythrocyte Sedimentation Rate Using Photometric Rheology Technology Demonstrates Superior Sample Stability as Compared to the Westergren Method" ตีพิมพ์ใน Diagnostics (2026;16(16):2648) โดย Koshy, Lamazares, Evans และ Jortani งานวิจัยดำเนินการภายใต้การอนุมัติจากคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (Institutional Review Board: IRB) ณ โรงพยาบาล 2 แห่ง และได้รับทุนสนับสนุนจาก ALCOR Scientific
เกี่ยวกับ ALCOR Scientific
ALCOR Scientific พัฒนาเทคโนโลยีด้านการวินิจฉัยที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของห้องปฏิบัติการ บริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2554 และใช้ความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านชีววิทยาศาสตร์และเทคนิคการผลิตที่ล้ำสมัยในการออกแบบโซลูชันพลิกโฉมที่ช่วยให้ผู้ให้บริการด้านการดูแลสุขภาพประหยัดเวลาและยกระดับการดูแลผู้ป่วย ALCOR Scientific เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเพียงไม่กี่รายที่นำเสนอโซลูชันอัตโนมัติเต็มรูปแบบสำหรับการตรวจอัตราการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดง (ESR) ซึ่งรองรับปริมาณงานและกระบวนการทำงานของห้องปฏิบัติการทุกรูปแบบ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ alcorscientific.com
ติดต่อสื่อมวลชน
Megan McCutcheon, ALCOR Scientific
อีเมล: mmccutcheon@alcorscientific.com

แสดงความคิดเห็น :