พีอาร์ นิวส์ไวร์

นิวส์ไวร์ ประเทศไทย x พีอาร์ นิวส์ไวร์

พีอาร์ นิวส์ไวร์ - รายงานของ Cision เตือนว่าแบรนด์ต่าง ๆ กำลังตกอยู่ใน "กับดักข้อมูลที่กระจัดกระจาย" ซึ่งสร้างต้นทุนมหาศาล

ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - CISION PR Newswire


ชอบหน้านี้?
พีอาร์ นิวส์ไวร์ - รายงานของ Cision เตือนว่าแบรนด์ต่าง ๆ กำลังตกอยู่ใน

การวิเคราะห์ฉบับใหม่ชี้ให้เห็นว่า ข้อมูลจากการค้นหา โซเชียลมีเดีย และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่กระจัดกระจาย ก่อให้เกิดจุดบอดในการมองเห็นข้อมูล ทำให้การตัดสินใจล่าช้า และเพิ่มความเสี่ยงให้กับองค์กร

ชิคาโก, 5 สิงหาคม 2569 /PRNewswire/ -- ในวันนี้ Cision ผู้นำระดับโลกด้านข่าวกรองสื่อและผู้บริโภค ได้เผยแพร่รายงานฉบับใหม่ในหัวข้อ The Data Fragmentation Trap: Why More Data Isn't Helping Brands See Clearly ซึ่งเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ประสบปัญหาในการเปลี่ยนข้อมูลมหาศาลที่มีอยู่ให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจที่มีความหมายและสามารถนำไปใช้ได้จริง

ในยุคที่ AI กำลังพลิกโฉมวิธีการสร้าง ค้นหา และบริโภคข้อมูล องค์กรต่าง ๆ ได้รวบรวมสัญญาณข้อมูลจากหลายแหล่งมากมายกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือค้นหา โซเชียลมีเดีย การเสนอข่าวจากสื่อมวลชน ตลอดจนคำตอบที่สร้างขึ้นโดย AI อย่างไรก็ตาม องค์กรหลายแห่งกลับตกอยู่ในสิ่งเรียกว่า "กับดัก" ของข้อมูลที่กระจัดกระจาย เนื่องจากยังคงยึดติดกับรูปแบบการทำงานแบบเดิมที่แยกวิเคราะห์ข้อมูลเป็นรายช่องทาง โดยอิงจากการเก็บรวบรวมสัญญาณข้อมูลจากแต่ละแหล่งแยกจากกัน แนวทางเช่นนี้อาจสร้างต้นทุนสูงให้แก่องค์กร ทั้งยังก่อให้เกิดจุดบอดในการมองเห็นข้อมูล ทำให้กระบวนการตัดสินใจล่าช้าลง และจำกัดความสามารถขององค์กรในการทำความเข้าใจ รวมถึงการสร้างอิทธิพลต่อการรับรู้ของผู้คนที่มีต่อแบรนด์

องค์ประกอบทั้งหมดเหล่านี้รวมกันกลายเป็นสิ่งที่รายงานฉบับนี้เรียกว่า "fragmentation tax" ของแบรนด์ ซึ่งหมายถึงต้นทุนแฝงมหาศาลที่แบรนด์ต้องแบกรับ เมื่อข้อมูลจากการค้นหา โซเชียลมีเดีย สื่อมวลชน และ AI ถูกนำมาวิเคราะห์ตีความแยกส่วนกัน แทนที่จะถูกมองว่าเป็นองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกันของภาพรวมการรับรู้เดียวกัน

ปัญหาไม่ใช่ข้อมูล แต่อยู่ที่การเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน

จากข้อมูลการวิจัย Marketer of 2026 ของ Brandwatch พบว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด 40% ระบุว่า "การบูรณาการข้อมูลจากหลายแหล่งเข้าด้วยกัน" คือความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขา รายงานฉบับใหม่นี้อธิบายเหตุผลว่า เพราะเหตุใดการเพิ่มจำนวนแดชบอร์ดแสดงผลข้อมูล แหล่งข้อมูล หรือแม้แต่การนำเครื่องมือ AI เข้ามาใช้มากขึ้น จะไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ หากสัญญาณข้อมูลพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้ถูกเชื่อมโยงกัน

"แบรนด์ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการขาดข้อมูล แต่มีปัญหาด้านการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน" Jim Daxner ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Cision กล่าว "ทั้งสื่อมวลชน โซเชียลมีเดีย การค้นหาแบบเดิม และการค้นหาด้วย AI ต่างก็มีบทบาทในการหล่อหลอมการรับรู้ของผู้คนในเวลาเดียวกัน แต่องค์กรส่วนใหญ่ยังคงมองสัญญาณเหล่านี้ว่าเป็นสิ่งที่แยกจากกัน ส่งผลให้ทีมงานทำได้เพียงตอบสนองและตั้งรับสถานการณ์ เมื่อกระแสการรับรู้ของผู้คนได้เปลี่ยนทิศทางไปแล้ว"

รายงานชิ้นนี้ได้ระบุถึงผลกระทบโดยตรง 3 ประการ ที่เกิดจากการมีข่าวกรองหรือข้อมูลเชิงลึกที่กระจัดกระจาย: 

  • จุดบอดในการมองเห็นข้อมูล: แต่ละทีมภายในองค์กรใช้ชุดข้อมูลคนละชุดในการวิเคราะห์ตีความ จึงอาจได้ข้อสรุปที่แตกต่างหรือขัดแย้งกันเกี่ยวกับตลาดเดียวกัน ลูกค้ากลุ่มเดียวกัน หรือแม้แต่แบรนด์เดียวกัน
  • การตัดสินใจที่ล่าช้า: องค์กรต้องเสียเวลาอันมีค่าไปกับการหาข้อสรุปร่วมกันว่าแท้จริงแล้วกำลังเกิดอะไรขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงยังคงทวีความรุนแรง กระแสการสนทนาและการรับรู้ของตลาดเดินหน้าต่อไป และโอกาสทางธุรกิจก็ค่อย ๆ สูญหาย
  • ภาพลักษณ์หรือการรับรู้ต่อแบรนด์ที่คลาดเคลื่อน: เมื่อข้อมูลที่ปรากฏในสื่อ โซเชียลมีเดีย การค้นหา และ AI มีความไม่สอดคล้องกัน ก็จะทำให้เกิดช่องว่างที่ขยายตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างภาพลักษณ์ที่แบรนด์ตั้งใจจะสื่อสาร กับภาพลักษณ์ที่ผู้คนภายนอกรับรู้จริง

สำหรับแบรนด์ ผลกระทบทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การตอบสนองต่อวิกฤตที่ล่าช้าลง พลาดสัญญาณความต้องการของตลาด เกิดการทำงานที่ซ้ำซ้อน และสูญเสียโอกาสในการกำหนดทิศทางของตลาดก่อนที่คู่แข่งจะลงมือ

AI เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาความกระจัดกระจายของข้อมูล

นอกจากนี้ รายงานชิ้นนี้ยังเตือนว่า AI ไม่สามารถชดเชยปัญหาที่เกิดจากระบบข้อมูลแยกส่วนและไม่เชื่อมโยงกัน

"AI อาจช่วยให้ทีมงานทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้นได้ แต่ความรวดเร็วเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เกิดความชัดเจน" Daxner กล่าวเสริม "ตราบใดที่สัญญาณข้อมูลพื้นฐานยังคงแยกส่วนกัน แม้ข้อมูลจะถูกส่งมาถึงได้เร็วขึ้น แต่การตัดสินใจก็ยังคงไม่สมบูรณ์"

อย่างไรก็ตาม เมื่อนำ AI มาใช้กับสัญญาณข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน AI จะสามารถตรวจจับรูปแบบที่เกิดขึ้นข้ามช่องทางต่าง ๆ ค้นพบความเสี่ยงและโอกาสที่กำลังก่อตัว และเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกที่ทีมงานอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะมองเห็นได้ด้วยตนเอง สิ่งนี้ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในยุคที่ระบบ AI Answer Engine กำลังเข้ามามีบทบาทกำหนดรูปแบบที่ผู้คนค้นคว้าหาข้อมูล รวมถึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และประเด็นต่าง ๆ

สัญญาณมักปรากฏขึ้นก่อนที่เรื่องราวจะชัดเจน

ข้อมูลที่กระจัดกระจายมักปกปิดแนวโน้มที่สำคัญเอาไว้จนกระทั่งสายเกินไป นั่นคือ เมื่อแนวโน้ม ประเด็นสำคัญ หรือความเสี่ยงด้านชื่อเสียงขององค์กรเริ่มปรากฏชัดเจนในช่องทางใดช่องทางหนึ่ง สิ่งเหล่านั้นก็อาจกำลังก่อตัวและขยายวงอยู่ในช่องทางอื่นมานานหลายสัปดาห์ หรือแม้แต่หลายเดือนแล้ว

เพื่อให้เห็นภาพประเด็นนี้อย่างเป็นรูปธรรม รายงานฉบับนี้ได้นำเสนอการวิเคราะห์การเติบโตของกระแสช็อกโกแลตดูไบ (Dubai Chocolate) ในช่วงเดือนธันวาคม 2566 ถึงเดือนกันยายน 2568 โดยแสดงให้เห็นว่า ความสนใจของผู้คนต่อกระแสดังกล่าวได้เคลื่อนผ่านโซเชียลมีเดีย การค้นหาบนเสิร์ชเอนจิน และสื่อข่าวออนไลน์อย่างไรในแต่ละช่วงของการเติบโตของเทรนด์นี้

ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียและพฤติกรรมการค้นหาของผู้บริโภคได้ส่งสัญญาณถึงการก่อตัวของกระแสดังกล่าวตั้งแต่เริ่มต้น นานก่อนที่ช็อกโกแลตดูไบจะได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในภาคธุรกิจค้าปลีกและกลายเป็นประเด็นที่สื่อกระแสหลักนำเสนอ

ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียสะท้อนให้เห็นถึงการค้นพบผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคและแรงขับเคลื่อนทางวัฒนธรรม ขณะที่ข้อมูลการค้นหาเผยให้เห็นว่า ความสนใจของผู้บริโภคและความตั้งใจค้นหาข้อมูลหรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่การรายงานข่าวของสื่อจะเข้ามาเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ และขยายการรับรู้ของกระแสนี้ให้แพร่หลายในวงกว้าง

ในทางกลับกัน แบรนด์ที่อาศัยเพียงการติดตามข่าวจากสื่อมวลชนจะรับรู้ถึงกระแสดังกล่าวได้อย่างล่าช้ากว่ามาก โดยเป็นช่วงเวลาที่ข้อได้เปรียบของผู้เข้าสู่ตลาดก่อนได้ถูกช่วงชิงและตกเป็นของผู้อื่นไปเกือบทั้งหมดแล้ว

"แบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงสัญญาณข้อมูลจากทุกช่องทางเข้าด้วยกัน จะมองเห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นและลงมือดำเนินการได้ทันท่วงที ส่วนแบรนด์ที่ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ก็จะยังคงต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับและประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ" Daxner กล่าว 

เปลี่ยนจากการติดตามข้อมูลที่กระจัดกระจายไปสู่ข่าวกรองข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน

การติดตามข้อมูลแบบกระจัดกระจาย ทำให้ทีมงานมองเห็นเพียงบางส่วนของภาพรวมเท่านั้น ขณะที่ข่าวกรองที่เชื่อมโยงกันจะเชื่อมข้อมูลเหล่านั้นเข้าด้วยกัน ด้วยการผสานสัญญาณข้อมูลจากสื่อมวลชน โซเชียลมีเดีย การค้นหาแบบดั้งเดิม และการค้นหาผ่าน AI ให้เป็นภาพรวมเดียว เพื่อให้องค์กรเข้าใจว่าการรับรู้ของผู้คนและกระแสการสนทนากำลังก่อตัวขึ้นอย่างไร กำลังเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด และองค์กรควรเข้าไปดำเนินการที่จุดใดจึงจะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างได้

แนวทางดังกล่าวทำให้ทีมงานก้าวข้ามบทบาทของการรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ฝ่ายการตลาด ฝ่ายสื่อสารองค์กร ทีมโซเชียลมีเดีย และทีมดูแลการค้นหาจะสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ยึดโยงการตัดสินใจร่วมกันบนข้อมูลชุดเดียวกัน และลงมือดำเนินการได้ในขณะที่ยังมีเวลามากพอที่จะกำหนดทิศทางของผลลัพธ์

รายงานฉบับนี้แสดงให้เห็นว่า ข่าวกรองที่เชื่อมโยงกันช่วยให้องค์กรมีความสามารถดำเนินการดังต่อไปนี้:

เข้าใจได้ก่อน: สามารถตรวจพบความเสี่ยง แนวโน้ม และโอกาสที่กำลังก่อตัวได้ก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะปรากฏชัด
สร้างอิทธิพลได้เร็วกว่า: ทำให้ทุกทีมมีความเข้าใจตรงกัน และสามารถกำหนดทิศทางของการรับรู้และกระแสการสนทนาได้ตั้งแต่ในช่วงที่กำลังก่อตัว
สื่อสารอย่างทรงพลังและน่าเชื่อถือ: ถ่ายทอดข้อมูลและมุมมองที่ผ่านการวิเคราะห์มาอย่างรอบด้าน มีข้อมูลรองรับ และน่าเชื่อถือออกสู่ตลาดได้ด้วยความมั่นใจยิ่งขึ้น

เมื่อความสามารถเหล่านี้ทำงานร่วมกัน องค์กรจะสามารถรับรู้สัญญาณเตือนความเสี่ยงด้านชื่อเสียงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มองเห็นความต้องการใหม่ ๆ ของตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และมีเวลามากขึ้นในการลงมือดำเนินการ ก่อนที่คู่แข่งหรือกระแสการรับรู้จากภายนอกจะเข้ามากำหนดทิศทางของโอกาสนั้นเสียก่อน

แบรนด์ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ไม่ใช่แบรนด์ที่รวบรวมข้อมูลได้มากที่สุด แต่คือแบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงสัญญาณข้อมูลที่สำคัญได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อมองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น ตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที และมีบทบาทในการกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป

ดาวน์โหลดรายงาน The Data Fragmentation Trap: Why More Data Isn't Helping Brands See Clearly เพื่อค้นหาว่าสัญญาณข้อมูลที่อยู่กระจัดกระจายกำลังสร้างจุดบอดในการรับรู้ข้อมูลให้กับองค์กรของคุณในจุดใดบ้าง

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Cision เชื่อมโยงข่าวกรองจากสื่อมวลชน โซเชียลมีเดีย การค้นหา และการมองเห็นข้อมูลผ่าน AI ไว้ด้วยกัน เพื่อให้เข้าใจภาพรวมได้ครบถ้วนยิ่งขึ้น

เกี่ยวกับ Cision

Cision คือผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันข่าวกรองผู้บริโภคและสื่อ การสร้างการมีส่วนร่วม และการสื่อสารองค์กร เรามอบเครื่องมือที่จำเป็นให้แก่ผู้เชี่ยวชาญด้านการประชาสัมพันธ์ การสื่อสารองค์กร การตลาด และโซเชียลมีเดีย เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและก้าวสู่ความเป็นเลิศในโลกปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

ความเชี่ยวชาญเชิงลึกของเรา รวมถึงความร่วมมือด้านข้อมูลแบบเอกสิทธิ์เฉพาะ และผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลมากมายอย่าง  Trajaan, Brandwatch, CisionOne, และ PR Newswire ช่วยเชื่อมโยงสัญญาณข้อมูลจากการค้นหา โซเชียลมีเดีย และสื่อมวลชนเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทีมงานสามารถเข้าใจสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น กำหนดทิศทางของบทสนทนาในสังคม และขยายผลลัพธ์ของการสื่อสารให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ปัจจุบันมีบริษัทและองค์กรกว่า 75,000 แห่ง รวมถึงบริษัท 84% ในกลุ่ม Fortune 500 ต่างไว้วางใจใน Cision เพื่อช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่ตั้งไว้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับสื่อมวลชนที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Cision ที่  CisionPR@cision.com


ที่มา : ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - รายงานของ Cision เตือนว่าแบรนด์ต่าง ๆ กำลังตกอยู่ใน "กับดักข้อมูลที่กระจัดกระจาย" ซึ่งสร้างต้นทุนมหาศาล http://www.prnasia.com/asia-story/archive/5014349_TH14349_10

ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้จัดทำโดย ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านข่าวของเรา ความคิดเห็นของผู้เขียนและเนื้อหาที่แบ่งปันในหน้านี้ถือเป็นความคิดเห็นของตนเอง และอาจไม่จำเป็นต้องแสดงถึงมุมมองของ นิวส์ไวร์ ประเทศไทย


แสดงความคิดเห็น :