พีอาร์ นิวส์ไวร์

นิวส์ไวร์ ประเทศไทย x พีอาร์ นิวส์ไวร์

พีอาร์ นิวส์ไวร์ - SABESP จับมือกับ Vivo และ IDEMIA Secure Transactions ขับเคลื่อนโครงการริเริ่ม IoT ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อการบริหารจัดการน้ำที่ปลอดภัยและยั่งยืนยิ่งขึ้นในบราซิล

ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - CISION PR Newswire


ชอบหน้านี้?
พีอาร์ นิวส์ไวร์ - SABESP จับมือกับ Vivo และ IDEMIA Secure Transactions ขับเคลื่อนโครงการริเริ่ม IoT ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อการบริหารจัดการน้ำที่ปลอดภัยและยั่งยืนยิ่งขึ้นในบราซิล

SABESP บริษัทผู้ให้บริการด้านน้ำประปาและสุขาภิบาลของรัฐเซาเปาโล ประเทศบราซิล ประกาศเริ่มดำเนินโครงการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Internet of Things (IoT) สำหรับการบริหารจัดการน้ำอัจฉริยะ ซึ่งถือเป็นโครงการด้านการเชื่อมต่อ IoT ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โครงการนี้ดำเนินการร่วมกับ Telefonica/Vivo ผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีของบราซิล และเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดของทวีป รวมถึง IDEMIA Secure Transactions (IST) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันการชำระเงินและการเชื่อมต่อ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ

เซาเปาโล, 4 สิงหาคม 2569 /PRNewswire/ -- โครงการบุกเบิกเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของบราซิล

ภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะเวลา 14 ปีนี้ มิเตอร์น้ำอัจฉริยะจำนวน 4.4 ล้านเครื่องจะได้รับการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอย่างปลอดภัยในเมืองเซาเปาโลและเมืองเซาโจเซโดสคัมโปส (São José dos Campos) ภายใต้สถาปัตยกรรมและข้อกำหนดทางเทคนิคของ SABESP ความเชี่ยวชาญด้านการเชื่อมต่อของ Vivo เมื่อผสานเข้ากับเทคโนโลยี eSIM IoT ของ IDEMIA Secure Transactions ที่มีความปลอดภัยสูงและรองรับการขยายระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ และยกระดับประสิทธิภาพของบริการสาธารณูปโภคที่จำเป็น ด้วยการทำให้ SABESP สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเครือข่ายการจ่ายน้ำ และตรวจจับการรั่วไหลของน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยโครงการนี้ถือเป็นหมุดหมายครั้งประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรม IoT ในประเทศบราซิล

ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านการเชื่อมต่ออันครอบคลุมของ Vivo เข้ากับเทคโนโลยี eSIM IoT ของ IDEMIA Secure Transactions ที่มีความปลอดภัยสูงและรองรับการขยายระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้จึงสามารถมอบการเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพ ประหยัดพลังงาน รวมทั้งยืดหยุ่นและสามารถฟื้นตัวจากความขัดข้องต่าง ๆ ได้ แม้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ระบบการเชื่อมต่อนี้อาศัย eSIM และแพลตฟอร์ม eSIM IoT ของ IST ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน GSMA SGP.32 ล่าสุดโดยสมบูรณ์[1] พร้อมรองรับเทคโนโลยีการเข้ารหัสที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่นในระดับสูง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบมีความพร้อมรองรับยุคหลังควอนตัมในอนาคต

การนำระบบไปใช้งานในวงกว้างครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี IoT สามารถนำมาใช้มาใช้เพื่อยกระดับบริการสาธารณะที่จำเป็นให้มีความทันสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพในการทำงานเป็นหัวใจสำคัญ

"การใช้มิเตอร์น้ำอัจฉริยะทำให้ทั้ง SABESP และลูกค้าของเรามองเห็นข้อมูลการใช้น้ำรายชั่วโมงได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งสามารถระบุความผิดปกติและการรั่วไหลของน้ำได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งการจัดทำสมดุลน้ำ (water balance) ที่มีความถี่และแม่นยำยิ่งขึ้น ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเครือข่ายการจ่ายน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่บราซิลยังคงมีอัตราการสูญเสียน้ำในระดับสูงมาก การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ SABESP ในการส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า และการยกระดับบริการด้านสุขาภิบาลขั้นพื้นฐานให้ทันสมัย" Denis MAIA กรรมการบริหารฝ่ายลูกค้าและเทคโนโลยี (Executive Director of Customers and Technology) ของ SABESP กล่าว

ขับเคลื่อนความยั่งยืนและยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยเทคโนโลยี

นอกเหนือจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานแล้ว โครงการนี้ยังแสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมดิจิทัลสามารถนำมาใช้เพื่อจัดการรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และยกระดับความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างไร การบริหารจัดการและติดตามการใช้น้ำที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้นจะช่วยลดการสูญเสียน้ำ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสนับสนุนวาระด้านความยั่งยืนของเมืองเซาเปาโล โดยมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนหลายล้านคนให้ดีขึ้นได้โดยตรง

"โครงการนี้สะท้อนให้เห็นว่าบทบาทของ Vivo มีมากกว่าการให้บริการด้านการเชื่อมต่อ เราผสานขนาดและความครอบคลุมของเครือข่ายเข้ากับศักยภาพในการบูรณาการระบบแบบครบวงจร ตั้งแต่การรับและรวบรวมข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน IoT การออกแบบโซลูชัน ไปจนถึงการดำเนินงานจริง เราช่วยให้บริการสาธารณะที่จำเป็นมีความชาญฉลาดและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น การมีส่วนร่วมของเราในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค เป็นการสะท้อนถึงบทบาทของเทคโนโลยีที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริงและส่งผลต่อชีวิตของผู้คน โดยมีพันธมิตรที่มีศักยภาพอย่างรอบด้านในการผลักดันให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จ" Adriano PEREIRA ผู้อำนวยการฝ่าย IoT และนวัตกรรม B2B ของ Vivo อธิบาย

หัวใจสำคัญของโครงการนี้ คือการเป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสนับสนุนความยั่งยืนและเพิ่มศักยภาพให้แก่ผู้บริโภค ด้วยการทำให้สามารถติดตามการใช้น้ำได้อย่างแม่นยำ และตรวจพบการรั่วไหลได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น โครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อกันนี้จึงช่วยส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า นอกจากนี้ การเปลี่ยนบริการมิเตอร์น้ำไปสู่ระบบดิจิทัลยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสให้กับผู้บริโภค โดยให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีความรับผิดชอบมากขึ้น แสดงให้เห็นว่านวัตกรรม IoT สามารถสร้างคุณค่าทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมได้พร้อมกัน

"เป้าหมายของเราคือการเปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็นผู้บริหารจัดการการใช้น้ำของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างเรากับลูกค้าที่เทคโนโลยี IoT ทำให้เกิดขึ้น และสามารถช่วยประหยัดน้ำได้หลายพันล้านลิตร ด้วยการตรวจพบและซ่อมแซมการรั่วไหลของน้ำหลังมิเตอร์ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น" Luiz RENATO FRAGA RIOS ผู้อำนวยการฝ่ายปกป้องรายได้ (Revenue Protection Director) ของ SABESP กล่าว

ความร่วมมือที่กำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อถึงกัน

ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการเป็นพันธมิตรระยะยาวระหว่างผู้นำในอุตสาหกรรม จากการทำงานร่วมกันตลอดหลายปีที่ผ่านมา IDEMIA Secure Transactions และ Vivo กำลังแสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมร่วมและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน สามารถเร่งการพัฒนาความก้าวหน้าไปสู่ระบบนิเวศที่มีความปลอดภัย ยั่งยืน และเชื่อมต่อถึงกันมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงแต่ในประเทศบราซิลเท่านั้น แต่ยังเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานสาธารณูปโภคและเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกที่ต้องการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของตนให้ทันสมัย

"เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับ SABESP และ Vivo ในบราซิล เพื่อดำเนินโครงการ IoT ที่สำคัญที่สุดโครงการหนึ่งเท่าที่เคยมีการเปิดตัวในโลก ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรมและความยั่งยืนสามารถดำเนินการควบคู่กันได้ เพื่อสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรมและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมทั้งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับอนาคต" Diego CECCHINATO รองประธานอาวุโสฝ่าย Connectivity Services ประจำภูมิภาคลาตินอเมริกา (LATAM) ของ IDEMIA Secure Transactions กล่าว

[1] SGP.32 เป็นข้อกำหนดล่าสุดของ GSMA สำหรับการจัดการติดตั้งและจัดเตรียมโปรไฟล์ SIM จากระยะไกล (Remote SIM Provisioning) ในอุปกรณ์ IoT โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อทำให้การติดตั้งใช้งานในวงกว้างเป็นเรื่องง่ายขึ้น พร้อมทั้งยกระดับความปลอดภัยของระบบ


ที่มา : ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - SABESP จับมือกับ Vivo และ IDEMIA Secure Transactions ขับเคลื่อนโครงการริเริ่ม IoT ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อการบริหารจัดการน้ำที่ปลอดภัยและยั่งยืนยิ่งขึ้นในบราซิล http://www.prnasia.com/asia-story/archive/5018695_TH18695_10

ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้จัดทำโดย ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านข่าวของเรา ความคิดเห็นของผู้เขียนและเนื้อหาที่แบ่งปันในหน้านี้ถือเป็นความคิดเห็นของตนเอง และอาจไม่จำเป็นต้องแสดงถึงมุมมองของ นิวส์ไวร์ ประเทศไทย


แสดงความคิดเห็น :