พีอาร์ นิวส์ไวร์

นิวส์ไวร์ ประเทศไทย x พีอาร์ นิวส์ไวร์

พีอาร์ นิวส์ไวร์ - Fortune ประกาศรายชื่อ Fortune Global 500 ประจำปี 2569

ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - CISION PR Newswire


ชอบหน้านี้?
พีอาร์ นิวส์ไวร์ - Fortune ประกาศรายชื่อ Fortune Global 500 ประจำปี 2569

Amazon ขึ้นอันดับ 1 โค่น Walmart ที่ครองตำแหน่งต่อเนื่องนาน 12 ปี

บริษัทสหรัฐฯ ทำสถิติสูงสุดในรอบ 18 ปี ด้วยจำนวน 141 บริษัท มากที่สุดในโลก

จำนวนซีอีโอหญิงใน Fortune Global 500 ทำสถิติสูงสุดที่ 34 คน คิดเป็น 6.8%

กลุ่ม "Magnificent Seven" สร้างรายได้รวม 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรรวม 608,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568

Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon ขึ้นปกนิตยสาร Fortune พร้อมบทสัมภาษณ์เชิงลึกสุดพิเศษ

นิวยอร์ก, 28 กรกฎาคม 2569 /PRNewswire/ — วันนี้ Fortune ได้เผยแพร่รายชื่อ Fortune Global 500™ ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นการจัดอันดับบริษัทที่มีรายได้สูงที่สุดของโลก โดยอ้างอิงจากรายได้ในปีงบประมาณ 2568

Amazon Executive Chair Jeff Bezos is featured on the cover of Fortune's August/September 2026 issue. Photograph by Spencer Lowell for Fortune.
Amazon Executive Chair Jeff Bezos is featured on the cover of Fortune's August/September 2026 issue. Photograph by Spencer Lowell for Fortune.

ปีนี้ Amazon ขึ้นครองอันดับ 1 ยุติการครองตำแหน่งของ Walmart ที่ยาวนานถึง 12 ปี โดยมี State Grid, UnitedHealth Group และ Saudi Aramco ตามมาในอันดับ 3–5 ตามลำดับ โดย Amazon มีรายได้ทะลุ 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังรายได้ในปี 2568 เพิ่มขึ้น 12% ส่งผลให้ได้รับตำแหน่ง "บริษัทที่มีรายได้สูงที่สุดในโลก"

การจัดอันดับ Fortune Global 500 ปีนี้นับเป็นครั้งที่ 37 และสร้างสถิติใหม่ทั้งด้านรายได้รวมและกำไรรวม (ไม่ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ) โดยบริษัททั้ง 500 แห่งมีรายได้รวม 43.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 3%) กำไรรวม 3.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (เพิ่มขึ้น 14%) และมีพนักงานรวม 70.2 ล้านคน ทั่วโลก ขณะที่เฉพาะบริษัท 50 อันดับแรกมีรายได้คิดเป็น 33% และกำไรคิดเป็น 39% ของทั้งหมด ขณะที่ 100 อันดับแรกคิดเป็น 47% ของรายได้รวม และ 53% ของกำไรรวม สะท้อนถึงการกระจุกตัวของอำนาจทางธุรกิจในกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่

10 อันดับแรกในรายชื่อ 2026 FORTUNE GLOBAL 500

  1. Amazon.com (สหรัฐอเมริกา)
  2. Walmart (สหรัฐอเมริกา)
  3. State Grid (จีน)
  4. UnitedHealth Group (สหรัฐอเมริกา)
  5. Saudi Aramco (ซาอุดีอาระเบีย)
  6. Apple (สหรัฐอเมริกา)
  7. McKesson (สหรัฐอเมริกา)
  8. Alphabet (สหรัฐอเมริกา)
  9. CVS Health (สหรัฐอเมริกา)
  10. China National Petroleum (จีน)

บริษัทจากสหรัฐฯ ในรายชื่อ Fortune Global 500  มีจำนวน 141 บริษัท (เพิ่มขึ้น 3 บริษัทจากปีก่อน) และเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 มากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกประเทศ โดยมีรายได้รวม 15.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน ขณะที่จีนซึ่งประกอบด้วยจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน มี 122 บริษัท ลดลง 8 บริษัทจากปีก่อน และเป็นจำนวนต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2561

บริษัทใน Fortune Global 500 ตั้งอยู่ใน 242 เมือง จาก 36 ประเทศและดินแดน โดย 5 เมืองที่มีสำนักงานใหญ่ของบริษัทในรายชื่อมากที่สุด ได้แก่ ปักกิ่ง โตเกียว นิวยอร์ก ลอนดอน และปารีส ซึ่งรวมกันคิดเป็นเกือบหนึ่งในสี่ของบริษัททั้งหมดในรายชื่อ Fortune Global 500 โดยปารีสกลับเข้าสู่ 5 อันดับแรกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2564 นอกจากนี้ EP Group กลายเป็นบริษัทแรกจากสาธารณรัฐเช็กที่ติดอันดับ Fortune Global 500 ขณะที่มี 14 ประเทศและดินแดนที่มีบริษัทติดอันดับเพียงแห่งเดียว เช่น ออสเตรีย สาธารณรัฐเช็ก โปแลนด์ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และไทย เป็นต้น

จำนวนซีอีโอหญิงของบริษัทใน Fortune Global 500 เพิ่มขึ้นเป็น 34 คน หรือ 6.8% ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1 คน ผู้นำหญิงที่โดดเด่น ได้แก่ Jane Fraser จาก Citigroup ซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็น Most Powerful Woman 2026 ของ Fortune, Gail K. Boudreaux จาก Elevance Health, Sarah M. London จาก Centene, Meg O'Neill จาก BP, Mary Barra จาก General Motors และ Sandy Ran Xu จาก JD.com ทั้งนี้ สหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีบริษัทซึ่งบริหารโดยซีอีโอหญิงมากที่สุด จำนวน 16 บริษัท รองลงมาคือฝรั่งเศส 6 บริษัท จีน 3 บริษัท และบราซิล เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ประเทศละ 2 บริษัท

ภาคเทคโนโลยีเป็นกลุ่มธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นที่สุดในปีนี้ โดยมีบริษัทในรายชื่อ 38 แห่ง เพิ่มขึ้น 4 แห่งจากปีก่อน สร้างรายได้รวมเพิ่มขึ้นกว่า 20% แตะระดับประมาณ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีกำไรรวมเพิ่มขึ้น 36% สู่ระดับประมาณ 835,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ Alphabet ก้าวขึ้นเป็นบริษัทที่ทำกำไรสูงที่สุดในโลก ด้วยกำไร 132,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นตัวเลขกำไรสูงสุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของบริษัทที่ติดอันดับ Fortune Global 500 นอกจากนี้ บริษัทสัญชาติสหรัฐฯ 4 แห่ง (Alphabet, Nvidia, Apple และ Microsoft) ต่างมีกำไรสุทธิอย่างน้อย 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2568 สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยเมื่อรวมกันแล้ว Alphabet (อันดับ 8), Apple (อันดับ 6), Microsoft (อันดับ 18), Nvidia (อันดับ 28) และ Meta (อันดับ 30) มีกำไรสุทธิรวม 527,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ภาคการเงิน ยังคงเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีจำนวนบริษัทมากที่สุดในรายชื่อ ด้วย 123 บริษัท รองลงมาคือ พลังงาน (77 บริษัท), เทคโนโลยี (38 บริษัท), ยานยนต์และชิ้นส่วน (35 บริษัท) และ การดูแลสุขภาพ (31 บริษัท) โดยทั้งห้ากลุ่มธุรกิจนี้คิดเป็น 61% ของบริษัททั้งหมดในรายชื่อ และสร้างรายได้รวมคิดเป็น 66% ของรายได้ทั้งหมดของบริษัทใน Fortune Global 500

กลุ่มบริษัทเทคโนโลยี "Magnificent Seven" สร้างสถิติใหม่ด้วยรายได้รวม 2.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรรวม 608,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีที่ผ่านมา โดยประกอบด้วย Amazon (อันดับ 1), Apple (อันดับ 6), Alphabet (อันดับ 8), Microsoft (อันดับ 18), Nvidia (อันดับ 28), Meta Platforms (อันดับ 30) และ Tesla (อันดับ 116) ซึ่งทั้งหมดมีกำไรสุทธิรวมกัน 608,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในปีนี้มีบริษัทน้องใหม่ติดอันดับ Fortune Global 500 รวม 24 แห่ง ประกอบด้วยบริษัทที่ติดอันดับเป็นครั้งแรกจำนวน 13 แห่ง และบริษัทที่กลับเข้าสู่การจัดอันดับอีกครั้งหลังจากหลุดจากรายชื่อไปอย่างน้อย 1 ปี จำนวน 11 แห่ง โดยบริษัทที่ติดอันดับเป็นครั้งแรก ได้แก่ EP Group (อันดับ 179), Galaxy Digital (อันดับ 244), WT Microelectronics (อันดับ 431), Advanced Micro Devices (AMD) (อันดับ 478) และ Coupang (อันดับ 479)

รายชื่อบริษัททั้งหมดสามารถดูได้ทางออนไลน์ที่นี่ และจะวางจำหน่ายในรูปแบบสิ่งพิมพ์ตามแผงหนังสือตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม

ในบทบรรณาธิการของนิตยสาร Fortune ฉบับเดือนสิงหาคม/กันยายน 2569 Alyson Shontell บรรณาธิการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเนื้อหา กล่าวว่า "ในโลกธุรกิจ เราเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าบริษัทที่ประสบความสำเร็จคือบริษัทที่พร้อมเปิดรับการเปลี่ยนแปลง" พร้อมเสริมว่า "Amazon ก้าวขึ้นครองอันดับ 1 ของ Fortune Global 500 แทนที่ Walmart หลังจากครองตำแหน่งมานาน 12 ปี โดยบริษัทได้พลิกโฉมธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายสู่ธุรกิจใหม่และการลงทุนครั้งใหญ่ รวมถึงการทุ่มงบลงทุน 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เพื่อเสริมศักยภาพด้าน AI และคลาวด์คอมพิวติ้ง"

Jeff Bezos ประธานกรรมการบริหารของ Amazon ได้ขึ้นปกนิตยสาร Fortune ฉบับเดือนสิงหาคม/กันยายน 2569 ซึ่งภายในเล่มมีบทความพิเศษเชิงลึกโดย Kristin Stoller แห่ง Fortune ว่าด้วยเรื่องราวของ Bezos และบริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นในปี 2538

บริษัทต่าง ๆ ในการจัดอันดับ Fortune Global 500 จะถูกจัดอันดับตามรายได้รวมของปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2569 หรือก่อนหน้านั้น โดยทุกบริษัทที่อยู่ในรายชื่อต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและรายงานตัวเลขทั้งหมดหรือบางส่วนต่อหน่วยงานภาครัฐ ตัวเลขล่าสุดที่ใช้ในการจัดอันดับเป็นข้อมูลตามที่แต่ละบริษัทรายงาน ขณะที่การเปรียบเทียบกับปีก่อนจะอ้างอิงจากตัวเลขที่รายงานไว้ในขณะนั้น ทั้งนี้ Fortune จะไม่ปรับปรุงตัวเลขของปีก่อนย้อนหลังเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางบัญชี สามารถดูรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการจัดอันดับทั้งหมดได้ที่นี่

เกี่ยวกับ Fortune:

Fortune เป็นบริษัทสื่อชั้นนำระดับโลกสำหรับผู้นำธุรกิจทั่วโลก สร้างขึ้นบนรากฐานของงานสื่อสารมวลชนที่ได้รับความไว้วางใจและรางวัลระดับนานาชาติตลอดระยะเวลา 96 ปี ในฐานะบริษัทที่ดำเนินงานอย่างอิสระ Fortune นำเสนอเรื่องราวของโลกธุรกิจ ตั้งแต่บริษัทที่มีประวัติยาวนานไปจนถึงนวัตกรรมจากผู้ประกอบการรุ่นใหม่ทั่วโลก Fortune ประเมินผลการดำเนินงานขององค์กรด้วยเกณฑ์มาตรฐานที่เข้มงวด พร้อมทั้งส่งเสริมความรับผิดชอบของภาคธุรกิจในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก การจัดอันดับอันเป็นเอกลักษณ์ของ Fortune ได้แก่ Fortune 500, Fortune Global 500, Most Powerful Women และ World's Most Admired Companies นอกจากนี้ Fortune ยังสร้างเครือข่ายชุมชนระดับโลกผ่านการจัดการประชุมสุดยอดและงานสัมมนาที่รวบรวมผู้นำทางความคิดจากหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ Fortune Global Forum, Fortune Brainstorm Tech และ Fortune Most Powerful Women สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ fortune.com

ติดต่อสื่อ:

Patrick Reilly
Fortune
Patrick.Reilly@fortune.com

Chelsea Hudson
Fortune
Chelsea.Hudson@fortune.com

Fortune's August/September 2026 Asia Edition Cover Featuring the Fortune Global 500
Fortune's August/September 2026 Asia Edition Cover Featuring the Fortune Global 500


ที่มา : ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ - Fortune ประกาศรายชื่อ Fortune Global 500 ประจำปี 2569 http://www.prnasia.com/asia-story/archive/5012964_TH12964_10

ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้จัดทำโดย ซิชั่น พีอาร์ นิวส์ไวร์ ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านข่าวของเรา ความคิดเห็นของผู้เขียนและเนื้อหาที่แบ่งปันในหน้านี้ถือเป็นความคิดเห็นของตนเอง และอาจไม่จำเป็นต้องแสดงถึงมุมมองของ นิวส์ไวร์ ประเทศไทย


แสดงความคิดเห็น :